สอนพิเศษตามบ้าน สอนพิเศษ

สอนพิเศษตามบ้าน สอนพิเศษ

สอนพิเศษตามบ้าน สอนพิเศษ

สอนพิเศษตามบ้าน สอนพิเศษ

Tags

Cambridge grammar english php เรียนพิเศษ mysql คอมพิวเตอร์

RSS Feed

10 วิธีสอนเด็ก เรียนรู้สถานการณ์โลกจากข่าว

10 วิธีสอนเด็ก เรียนรู้สถานการณ์โลกจากข่าว

ด้วย ยุคที่สื่อมีมากมายหลายประเภท รวมถึงข่าวสารที่มีอยู่มากมาย ทั้งจากบทสนทนาที่ผู้ใหญ่พูดคุย ข่าวตอนเย็น หรือภาพจากหนังสือพิมพ์ เด็กๆ อาจจะรู้สึกว่าข้อมูลมันช่างเยอะและมากล้นเหลือเกิน…

              อีกทั้งเป็นสิ่งที่ยากมากที่จะควบคุมข้อมูลข่าวสารที่จะออกมาสู่เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปความรุนแรงต่างๆ จากสงคราม ภัยพิบัติต่างๆ ที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เด็กๆ อาจจะเสี่ยงต่อการบริโภคข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสมกับวัย

              อีริก รอสสัน นักวิชาการทางจิตวิทยาและผู้อำนวยการสมาคมวิชาชีพจิตวิทยาโรงเรียน กล่าวว่า การที่เด็กได้บริโภคข้อมูลข่าวสารเยอะๆ ไม่ใช่เรื่องแย่สักทีเดียว แต่ผู้ปกครองควรดูแลและควบคุมในการรับสารของเด็กๆ ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเปิดข่าวตอนเย็นให้เด็กดู ขอแนะนำ 10 วิธีปฏิบัติ ในการพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับข่าวสารสถานการณ์ปัจจุบัน

              วิธีที่ 1 การจำกัดการรับชมภาพและเสียงจากสื่อ เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น ทีวีแต่ละช่องจะแสดงข่าวซ้ำไปซ้ำมา แต่เด็่กเล็กๆ อาจจะไม่รู้ว่าพวกเขากำลังชมข่าวที่ฉายซ้ำอยู่ อย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เด็กเล็กอาจจะเข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันแทน พ่อแม่ควรปิดทีวีเมื่อเหตุการณ์สะเทือนใจเหล่านี้เกิดขึ้น และลดเสียงทีวีลงเมื่อมีเสียงดัง เช่นข่าวยิงกัน หรือการระเบิด เพราะเด็กอาจตื่นตระหนกตกใจ

              วิธีที่ 2 การอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเด็กเห็นภาพและต้องการที่จะรู้มากขึ้น ควรอธิบายแต่เพียงข้อมูลพื้นฐานและเล่าถึงบริบทที่เกิดขึ้น เช่น หากเด็กๆ เห็นภาพเครื่องบินตก หรือคนต่อสู้กัน พวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าความขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นอีกซีกโลกหนึ่ง การโชว์และใช้แผนที่อธิบายจะช่วยเสริมความเข้าใจดียิ่งขึ้น

              วิธีที่ 3 การเล่าถึง เหตุการณ์อย่างพอดี ควร หลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กบริโภคข่าวสารมากจนเกินไป อาทิ หากเด็กชมภาพทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม พ่อแม่ควรอธิบายว่าทหารเหล่านี้กำลังถูกไปส่งไปโรงพยาบาล เพื่อรักษา พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าทหารเหล่านี้อยู่ที่ไหน หรือประเทศกำลังเกิดสงคราม เป็นต้น

              วิธีที่ 4 ดูแลความรู้สึก เมื่อเด็กตื่นกลัว หาก พฤติกรรมของเด็กเปลี่ยน จากการพูดเก่งเป็นพูดน้อย และดูครุ่นคิดมากขึ้น เด็กๆ อาจจะพยายามตีความสารนั้นๆ กระตุ้นให้เด็กพูดออกมาถึงสิ่งที่เขาคิดอยู่ หากลูกเล่าถึงเหตุการณ์ใหม่ ถามคำถามปลายเปิดกับเด็ก เช่น เห็นอะไร รู้สึกอย่างไร ค่อยๆ ให้เด็กเล่า โดยไม่ทำให้เด็กรู้สึกบีบคั้นเกินไป หรือรู้สึกว่าข้อมูลล้น และปรับความรู้สึกโดยพ่อแม่เล่าถึงความรู้สึกของตนเองว่ารู้สึกอย่างไรต่อ เหตุการณ์นั้นๆ


              วิธีที่ 5 การเรียนรู้ร่วมกัน เด็กโตอาจอยากศึกษาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากรู้เรื่องฮอร์ริเคนหรือแผ่นดินไหว ซึ่งการเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติการอ่านหนังสือเพื่อศึกษาถึงตำแหน่งสถานที่ๆ เกิดเหตุในข่าวร่วมกัน จะช่วยให้เด็กผ่อนคลายความกังวลและกลัวลง

              วิธีที่ 6 ตั้งสติในการให้ข้อมูล เมื่อ ข่าวที่เกิดขึ้นทำให้เด็ก รู้สึกเครียด เด็กจะมองหาผู้ที่ให้คำแนะนำ พ่อแม่ควรตั้งสติ ไม่ว่ารูปที่ปรากฎตรงหน้าจะเป็นอะไร หากเด็กดูเครียด ย้ำกับเขาว่าที่ๆ เราอยู่ปลอดภัย

              วิธีที่ 7 รักษาเวลา หากเด็กรู้สึกเครียด กังวลกับข่าว รักษาเวลาในการดูทีวีให้ปกติ หากเด็กๆ รู้สึกกลัวเวลาไปนอน หรือการไปโรงเรียน สละเวลาเพื่อช่วยลูกๆ ปรับตัวซัก 2-3 วัน เพื่อให้หายจากความหวาดกลัวนั้น

              วิธีที่ 8 เล่นกับลูกเด็กจะเล่นเพื่อให้หายจากความกลัว หากเด็กยังรู้สึกกลัว เล่นกับเขาโดยการอาจเล่นเป็นนักดับเพลิง วิ่งเข้าไปในตึกที่ไฟไหม้ หรือการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการช่วยคนจากสึนามิ พ่อแม่ควรเข้าไปดูแล หากลูกๆ มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อเด็กคนอื่นๆ

              วิธีที่ 9 เน้นเรื่องเชิงบวก หลังจากเหตุการณ์ความรุนแรงให้พ่อแม่ เน้นเล่าเรื่องเชิงบวกแทน เช่นการเล่าถึงคนหรือองค์กรที่จะมาช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบ หรือบาดเจ็บ เป็นต้น

              วิธีที่ 10 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา ในการตอบสนองต่อ เหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือผลกระทบจากภัยพิบัติ อาจถามเด็กว่าอยากช่วยเหลือไหม หลังจากนั้นพยายามหาวิธีที่ลูกๆ จะมีส่วนร่วมในการบริจาคเงิน หรือเวลา หรือการกระตุ้นให้เกิดความตระหนักต่อสาเหตุและผลกระทบ เป็นต้น

              ไม่ว่าเหตุการณ์ในข่าวจะเป็นอะไร ควรหลีกเลี่ยงการอธิบายเพื่อให้จบๆไป แต่ควรใช้โอกาสในการกระตุ้นและส่งเสริมให้ลูกหลานได้เรียนรู้เชื่อมโยงโลก กับข่าวนั้นๆ


การฝึกเรียนรู้ข้อมูลจากข่าวสารบ้างก็จะสามารถช่วยเรื่องความรู้รอบตัว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนในชั้นเรียนและการเรียนพิเศษได้ดีทีเดียวค่ะ

ที่มา สสส

สอนพิเศษตามบ้าน




หนังสือใหม่

No new products at this time


รับสอนพิเศษตามบ้าน Advertise With Us www.aiseshop.com - ร้านขายเครื่องสำอางค์เกาหลี www.welovetutoring.net - รับสอนพิเศษตามบ้าน